M.C.P.D.

Metal Construction Products Department

618-997-0966

ประเภทของสินค้า (Types of Product) แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทตามลักษณะของผู้ซื้อดังนี้
1.สิ้นค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Goods) จุดประสงค์การซื้อเพื่อนำไปใช้กับตนเองภายในครอบคัรว ไม่ได้นำไปจำหน่ายต่อ ลูกค้าเป็นผู้บริโภคคนสุดท้าย (Ultimate Consumer) ตลาดที่จำหน่ายสินค้าประเภทนี้เรียกว่าตลาดผู้บริโภค (Consumer Market) แบ่งออกได้ตามลักษณะของสินค้าดังนี้
1.1 สินค้าสะดวกซื้อ (Convenience Goods) เป็นสินค้าวางขายทั่ว ๆไปซื้อที่ไหนก็ได้เหมือนกัน
1.2 สินค้าที่ถูกกระตุ้นให้ซื้อ (Impulse Goods) อยากได้เมื่อเห็นเกิดความต้องการขึ้นทันที ถึงแม้ลูกค้ามีอยู่แล้วก็อยากจะซื้อเพิ่ม มักเป็นของใช้สตรี ราคาไม่แพงมากนัก ของกระจุกกระจิก เช่น เครื่องประดับเล็ก ๆ น้อย ๆ ผ้าเช็ดหน้า
1.3 สินค้าเฉพาะเจาะจง (Specialty Goods) ลูกค้าจะพิจารณาไตร่ตรองก่อนซื้อ สินค้าพิเศษราคาแพง มีรสนิยม เน้นยีห้อและประเทศผู้ผลิต
1.4 สินค้าเลือกซื้อ (Shopping Goods) สินค้าที่ต้องใช้ความพยายามในการเลือกซื้อมากกว่าประเภทแรก มีการเปรียบเทียบราคา,สี,ยีห้อ ลูกค้าใช้เวลาในการพิจารณาก่อนการตัดสินใจซื้อ
1.5 สินค้าซื้อเป็นประจำ (Stable Goods) สินค้าที่มีความจำเป็นต้องใช้ประจำ ซื้อบ่อย ๆ ซื้อแต่ละครั้งไม่มาก เช่น สบู่ ยาสีฟัน ข้าวสาร อาหารแห้ง
1.6 สินค้าใช้ฉุกเฉิน (Emergency Goods) สินค้าที่ไม่คิดว่าจะซื้อ ซื้อเพราะว่าฉุกเฉินต้องใช้ เช่น ยารักษาโรค ใช้บริการโรงพยาบาล
1.7 สินค้าไม่เสาะแสวงหาซื้อ (Unsought Goods) ลูกค้าไม่ค่อยซื้อเพราะว่าอาจจะมีราคาสูงเกินไปและไม่เห็นประโยชน์หรือความจำเป็น เช่น ประกันชีวิต
2. สินค้าอุตสาหกรรม (Industrial Goods) สินค้าที่ซื้อไปเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต แล้วเปลี่ยนสภาพวัตถุดิบให้เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ตลาดขายสินค้าอุตสาหกรรมเรียกว่าตลาดธุรกิจ (Business Market) แบ่งออกได้ตามลักษณะสินค้าดังนี้
2.1 สินค้าอุปกรณ์หลัก (Major Equipment) จำเป็นมากสำหรับผู้ประกอบการจะต้องจัดหาอย่างหลีกเลียงไม่ได้ ใช้ต้นทุนสูงเป็นต้นทุนคงที่ ต้องคิดค่าเสื่อม อายุใช้งานนานประมาณ 30 ถึง 50 ปีเช่นตัวอาคาร และอีกชนิดหนึ่งก็คือเครื่องจักรที่จะใช้ในการผลิดแปรรูปวัตถุดิบให้เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค
2.2 วัตถุดิบในการผลิต (Raw Material) เป็นสินค้าอุตสาหกรรมที่ผู้ผลิตตัองซื้อเพื่อมาใช้ในการผลิต อาจจะเป็นวัตถุดิบสำเร็จรูปมาก่อนแล้วเช่น เหล็กแผ่นที่ผ่านการรีดบางเคลือบสีมาแล้วจากนั้นนำมาขึ้นรูปอีกครั้งเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่น เป็นต้น
2.3 วัสดุสิ้นเปลืองเพื่อการผลิต (Supplies Material) ไม่ใช่สินค้าหลักที่ต้องซื้อ เพียงแต่เป็นวัสดุสิ้นเปลืองเพื่อช่วยในการผลิตสินค้า แต่มีความจำเป็นต้องจัดหามา เช่น น้ำมันหล่อลื่นเครื่องจักร , ถุงมือ
2.4 วัสดุสิ้นเปลืองเกี่ยวกับงานการจัดการ (Management Material) ใช้สำหรับงานบริหารจัดการบางอย่างในออฟฟิต เพื่อประกอบการทางอุตสาหกรรมให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เช่น อุปกรณ์เครื่องเขียน กระดาษ
2.5 สินค้าบริการ (Service) บริการที่ผู้ประกอบการต้องซื้อเพิ่มจากผู้ขายเครื่องจักร เช่น งานติดตั้งเครื่องจักร,การฝึกอบรม.การให้คำปรึกษาทางวิศวกรรม,การบำรุงรักษาเครื่องจักร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมจำเป็นต้องซื้อ

ความรู้เรื่องสินค้าดังกล่าวจึงมีความจำเป็นสำหรับงานขาย

ความรู้เกี่ยวกับสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ